ผู้บริหารโรงเรียน..จะเริ่ม “กิจกรรมสะเต็ม” อย่างไร(1)

 (ตอนที่ 1)     

          ผู้เขียน…มีเพื่อนเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนหลายคน  บางคนเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนระดับประถมศึกษา   บางคนเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา  เวลาพบปะกัน เพื่อนมักจะปรารภ(หรือ บ่น)ให้ฟังว่า “ได้รับนโยบายมาให้จัดสอนแบบสะเต็มในโรงเรียน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เคยไปฟังบรรยายด้วยตัวเองมาก็หลายครั้ง  ให้ครูในโรงเรียนหลายคนไปอบรมสัมมนาก็แล้ว กลับมาก็พูดไม่ตรงกัน สรุปหาความชัดเจนไม่ได้   กลุ้มๆๆๆ” 
          ผู้เขียน  ฟังเพื่อนบ่นหลายๆ ครั้ง ก็บอกว่า “คุณเป็นผู้บริหารโรงเรียน  ต้องเข้าใจทั้งภาพกว้าง และลงลึกในรายละเอียดได้ มิฉะนั้นคุณจะไม่สามารถบริหารจัดการให้ประสบความสำเร็จได้” หลังจากนั้นผู้เขียนก็ร่ายยาวโดยเปิดโอกาสให้เพื่อนแทรกถามเป็นระยะๆ สรุปได้ว่า
          การจะทำโรงเรียนให้เป็น “โรงเรียนสะเต็มศึกษา”ได้นั้น   ต้องทำเป็นระบบโดยให้ครูทุกคนในโรงเรียนเข้าใจคำว่า “สะเต็มศึกษา”ให้ตรงกัน มีบทบาทในการทำงานเรื่องนี้ร่วมกันทุกคนไม่ว่าจะเป็นครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ใดก็ตาม


          การสร้างความเข้าใจในเรื่อง “สะเต็มศึกษา” ให้กับครูทุกคนในโรงเรียนควรทำ โดยจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ  ให้ครูได้ศึกษา
                   
1) ความเป็นมาของ “สะเต็มศึกษา” ในประเทศไทย จากบทความที่เขียนโดย ศาสตราจารย์ ดร.มนตรี จุฬาวัฒนทล (อดีตประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)
                   
2) พัฒนาการของนิยามคำว่า“สะเต็มศึกษา” ที่เดิมกำหนดโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และต่อมาปรับตามที่คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา(ที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ)กำหนด
                   
3) วิเคราะห์นิยามคำว่า“สะเต็มศึกษา” ซึ่งจะมี “คำสำคัญ(Keywords)” ที่ปรากฏในนิยาม  เช่น
                             1) แนวทางการจัดการศึกษา 
                            
2) บูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์
                             3) เชื่อมโยงและแก้ปัญหาในชีวิตจริง /การพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่
                             4) การพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21


          ผลการวิเคราะห์นิยาม จะเห็น “แนวทางจัดการศึกษาสะเต็มศึกษา” ซึ่งสรุปได้ว่า เป็นการจัดการศึกษา ที่มีเป้าหมายในการฝึกให้นักเรียน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ และมีทักษะการแก้ปัญหาในชีวิตจริง หรือพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ โดยใช้พื้นฐานความรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิธีการทางวิศวกรรม


          ประการสำคัญ ต้องทำความเข้าใจว่า คำว่า “บูรณาการ”ในนิยามนั้น

                 – ไม่ได้มีความจำกัดเพียง เป็น การสอนแบบทีม(Team teaching)ที่ครูวิทยาศาสตร์ต่างสาขาวิชาและครูคณิตศาสตร์มาร่วมกันสอนนักเรียน

และ           – ไม่ได้มีความจำกัดเพียง การนำเนื้อหาสาระของวิทยาศาสตร์ต่างสาขาวิชาและคณิตศาสตร์มารวมกันแล้วสอนนักเรียน 

 แต่หมายความไปถึง ………..

                 – การนำเนื้อหาสาระของวิทยาศาสตร์ต่างสาขาวิชาและคณิตศาสตร์ที่นักเรียนได้เรียนไปแล้ว มาบูรณาการในการแก้ปัญหา


          อนึ่ง คำว่าความคิดสร้างสรรค์ ทักษะในการคิดวิเคราะห์ และทักษะการแก้ปัญหา แม้จะไม่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในนิยามของ “สะเต็มศึกษา” แต่ก็เป็นคำในความหมายของทักษะแห่งศตวรรษที่ 21


          นอกจากนี้ คำว่า “กระบวนการทางวิศวกรรม” เป็นอีกคำที่จะต้องทำความชัดเจนว่า เป็นการสร้างชิ้นงานหรือผลผลิตหรือเป้าหมายที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี อย่างมีกระบวนการหรือขั้นตอน ซึ่งการสร้างชิ้นงานหรือผลผลิตจะอยู่บน “ความต้องการหรือคุณลักษณะ” ที่ผู้ใช้ประโยชน์ประสงค์ให้เป็น ภายใต้ “หลักเกณฑ์ ความจำเป็น หรือเงื่อนไขซึ่งเป็นบริบท”

 

(ตอนที่ 2)      

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *